Poker

ไพ่โป๊กเกอร์

เกมไพ่ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก

poker 1
Poker คืออะไร?

Poker คืออะไร? ไพ่ poker เล่นยังไง? 1six8 ของเรามีคำตอบ

          Poker หรือ ไพ่โป๊กเกอร์ คือ เกมไพ่ชนิดหนึ่งที่มีการเล่นคล้ายๆ กับ ไพ่เก้าเก แต่มีวิธีเล่นและรายละเอียดซับซ้อนยิ่งกว่า สามารถเล่นได้ตั้งแต่ 2 คน ไปจนถึง 10 คนด้วยไพ่ 1 สำรับ ซึ่งการเล่น เกมไพ่โป๊กเกอร์ นั้นจะเกมไพ่ที่ค่อนข้างสนุกเพราะเป็นการเล่นระหว่างตัวผู้เล่นด้วยกันเองโดยไม่มีเจ้ามือ และเกมไพ่ชนิดนี้สามารถมีผู้ชนะเกมได้มากกว่า 1 คน หากเกิดกรณีที่ไพ่มีแต้มเสมอกัน

          ในปัจจุบัน ไพ่ poker ถือเป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและเป็นที่รู้จักของผู้คนเป็นอย่างมาก มีการจัดแข่งขัน เกมไพ่โป๊กเกอร์ กันแทบจะทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งบทความนี้ทางเราจะขอพาทุกท่านที่กำลังสนใจและอยากรู้เกี่ยวกับเกมนี้ ไพ่ Poker เล่นยังไง ไปทำความรู้จักเกมไพ่ชนิดนี้ให้มากยิ่งขึ้น ตามไปอ่านบทความด้านล่างนี้ได้เลยครับ

สารบัญเนื้อหา โป๊กเกอร์ Poker

ประเภทของเกม Poker แบ่งเป็นกี่รูปแบบ ?

          ก่อนที่ทุกท่านจะไปเรียนรู้เกี่ยวกับ วิธีการเล่น poker ทุกท่านจำเป็นต้องทำความรู้จักกับ ประเภทของเกม poker กันก่อน ว่ามีกี่ประเภท อะไรบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นการปูพื้นฐานและช่วยทำให้เข้าใจไพ่โป๊กเกอร์ได้มากขึ้นนั่นเอง โดยหัวนี้ทางเราจะขอแบ่งเกมไพ่ poker เป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

texas hold'em

1. Texas hold’em

          สำหรับ texas hold’em ถือเป็นรูปแบบเกมโป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถเรียนรู้วิธีการเล่นได้ค่อนข้างง่าย โดยผู้เล่นทุกคนจะได้รับแจกไพ่ 2 ใบในมือ จากนั้นนำมาผสมรวมกับกองกลาง ใครถือไพ่ใหญ่สุดก็จะชนะไป หรือถ้ามีการหมอบไพ่ยอมแพ้กันทั้งโต๊ะ คนที่ยังถือไพ่อยู่ก็จะเป็นผู้ชนะได้เช่นเดียวกัน

Omaha

2. Omaha

          เกมชนิดนี้ถือเป็นรูปแบบเกมโป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมรองลงมาจาก texas hold’em เพราะมีวิธีการเล่นและกฏกติกาที่คล้ายๆกับ texas hold’em ทุกอย่าง แตกต่างเพียงแค่ตอนเริ่มเกม รูปแบบ omaha ผู้เล่นทุกคนจะได้รับแจกไพ่ 4 ใบในมือ ต่างจาก texas hold’em ที่ได้รับแจกใบในมือแค่ 2 ใบ

stud, razz, card draw, hi/lo, h.o.r.s.e

3. stud, razz, card draw, hi/lo, h.o.r.s.e

          ในส่วนของชื่อเกมพวกนี้ ก็คือ รูปแบบเกมการเล่นโป๊กเกอร์ชนิดหนึ่งนั่นแหละ และมีการใช้กฏกติกาเดียวกันกับเกม โป๊กเกอร์ เพียงแต่บางเกมจะมีวิธีการเล่นแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย แต่ทางเราขอแนะนำว่าถ้าเราทำความเข้าใจรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไปแล้ว เกมที่เหลือก็จะสามารถเรียนรู้วิธีการ

คำศัพท์ Poker เบื้องต้นที่ทุกคนต้องรู้

          เอาล่ะตอนนี้ทุกคนทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ประเภทเกม poker กันไปบ้างแล้ว ต่อไปทางเราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับ คำศัพท์ Poker เบื้องต้นที่มือใหม่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องรู้ เพราะเราจะไม่สามารถเล่นได้เลยหากไม่รู้เกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้เรียกกันใน เกมไพ่ poker ซึ่งในหัวข้อนี้เราจะสอนคำศัพท์พื้นฐานที่ทุกท่านต้องทราบ แบ่งเป็น 2 หัวข้อหลักๆ ตามนี้

1. คำศัพท์ในการเล่น Poker

          ในส่วนของ คำศัพท์ poker จะเป็นศัพท์ที่ใช้ในระหว่างการเล่น ไพ่โป๊กเกอร์ เพราะส่วนใหญ่คำที่ใช้กันจะเน้นใช้ภาษาอังกฤษ เช่น การหมอบ การเกทับ ก็จะมีคำเฉพาะที่ใช้พูดเพราะให้เข้าใจตรงกัน ซึ่งคำศัพท์พื้นฐานที่ควรต้องรู้ มีดังนี้

คำศัพท์ในการเล่น Poker

2. คำศัพท์ตำแหน่งต่างๆ ของผู้เล่น Poker

          หลักการเล่น เกมไพ่โป๊กเกอร์ นั้น จะอาศัยหลักการบอกตำแหน่งของผู้เล่นในแต่ละรอบ โดยทำการหมุนตามเข็มนาฬิกาไปเรื่อยๆ จนหมดรอบ โดยในหัวข้อนี้เราจะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ คำศัพท์ตำแหน่งต่างๆ ของผู้เล่น Poker จะมีอะไรตำแหน่งอะไรบ้าง ไปอ่านกันได้เลย

คำศัพท์ตำแหน่งต่างๆ ของผู้เล่น Poker

ประเภทของวิธีเล่น Poker

          หลังจากทุกคนเรียนรู้ ประเภทเกม Poker และ คำศัพท์ Poker กันไปทั้งหมดแล้ว มีอีก 1 อย่างที่ทุกคนต้องรู้ก่อนที่จะไปลงลึกถึงรายละเอียดวิธีการเล่น มือใหม่ทุกท่านจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ประเภทวิธีเล่น Poker ซะก่อน ซึ่งทางเราจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

Poker cash game

1. cash game

          คือ การเล่นไพ่โป๊กเกอร์แบบใช้เงินสด หรือชิป ในการเดิมพัน ซึ่งการเล่นชนิดนี้จะไม่มีกำหนดเวลาตายตัวในการเล่น ผู้เล่นสามารถเริ่มเล่นหรือเลิกเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ อาจจะมีการกำหนดจำนวนขั้นต่ำและขั้นสูงสุดของจำนวนเงินที่ซื้่อเข้ามาเล่นในโต๊ะ รวมไปราคา blind ก็ตามแต่ผู้เล่นจะตกลงกัน โดยจำนวนเงินที่ได้เสียกันในโต๊ะ คือ จำนวนเงินจริงเดียวกันกับเงินในกระเป๋าของเรา

Poker tournament

2. tournament

          คือ การเล่นไพ่โป๊กเกอร์แบบแข่งขันหาผู้ชนะไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียงคนเดียวที่กินชิปของคนอื่นได้ทั้งหมด มีการเก็บค่าสมัครเข้าแข่งขันเพื่อแลกชิปเข้าไปแข่ง มีการกำหนดเวลาเล่นที่แน่นอน blind มีการเพิ่มตามกติกาเวลาของทัวร์นาเมนต์นั้นๆ มีการจ่ายรางวัลตามอันดับที่ผู้แข่งขันทำได้

การนับแต้มของไพ่ Poker นับยังไง

          เรื่องสุดท้ายที่มือใหญ่ทุกคนควรต้องรู้ก่อนไปเรียนรู้ วิธีเล่นโป๊กเกอร์ หากใครเคยเล่น ไพ่ป็อกเด้ง ก็น่าจะรู้จักไพ่กันเป็นอย่างดี เพราะไพ่แต่ละใบจะมีแต้มที่แตกต่างกันไป ใครมีแต้มเยอะกว่าคนนั้นจะเป็นฝ่ายชนะเกม สำหรับ ไพ่ Poker เองก็มีหลักการคล้ายๆ กัน โดยไพ่ชนิดนี้จำเป็นต้องทราบถึงคะแนนของมันเพื่อเป็นการนับแต้มและใช้ตัดสินใจเล่นในแต่ละรอบ หลักการนับแต้มอ้างอิงตามหลักการสากล มีวิธีการนับแต้ม ตามนี้

ไพ่ Poker Ace
ไพ่ Poker King
ไพ่ Poker Queen
ไพ่ Poker Jack
ไพ่ Poker Number
  • A (Ace) – ไพ่เอซ เป็นไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในเกมส์
  • K (King) – ไพ่ คิง
  • Q (Queen) – ไพ่ควีน
  • J (Jack) – ไพ่แจ็ก
  • ตัวเลข – ไพ่ตัวเลขต่างๆ มีตั้งแต่ 2 ไปจนถึง 10

การแบ่งระดับดอกของไพ่ poker มีอะไรบ้าง

          หลายคนที่เคยเล่นไพ่มาก่อนคงจะทราบกันเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการแบ่งระดับดอกของไพ่ แต่ถ้าใครยังไม่รู้คุณต้องอ่านหัวข้อนี้ห้ามข้ามไปโดยเด็ดขาด โดยไพ่ 1 ตัวเลข หรือ 1 ตัวอักษร จะมีการแบ่งระดับโดยดอก 4 ชนิด นั่นคือ ดอกจิก ข้าวหลามตัด โพธิ์แดง และโพธิ์ดำ เพื่อใช้ในการวัดผลตัดสิน 

          สำหรับ ไพ่ Poker เองก็มีวิธีการแบ่งระดับไว้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกันกับไพ่ชนิดอื่นๆ สำหรับหัวข้อนี้ขอพาทุกท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับการเรียงลำดับดอกของไพ่ จากเล็กสุดไปจนถึงใหญ่สุด ตามนี้เลย

  • ดอกจิก (Club) ♣
  • ข้าวหลามตัด (Diamond) ♦
  • โพธิ์แดง (Heart) ♠
  • โพธิ์ดำ (Spade) ♠
การแบ่งระดับดอกของไพ่ poker

อันดับของไพ่ Poker

          ในการเล่น Poker ทุกครั้งที่เวลาเทียบอันดับความใหญ่ของไพ่ จะมีการเรียงชุดไพ่โดยนำไพ่บนมือ 2 ใบ มากระกอบรวมกับไพ่กองกลางบนโต๊ะ 5 ใบ รวมเป็น 7 ใบ จากนั้นเลือกชุดไพ่ที่ดีที่สุด 5 ใบในมือ เพื่อที่จะทำการเทียบไพ่กับคนอื่นในวง หากไพ่ใครคนไหนใหญ่ที่สุดจะถือเป็นผู้ชนะ และได้กินเงินเดิมพันทั้งหมดบนโต๊ะในรอบนั้น ซึ่งเราสามารถเปรียบเทียบอันดับของชุด ไพ่ Poker จากเล็กไปใหญ่ได้ ตามนี้

High Card หรือ ไฮการ์ด

High Card หรือ ไฮการ์ด (ไพ่แต้มสูง)

          จะนำมาใช้ในกรณีที่ไพ่ทั้ง 7 ใบของเรา (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) ไม่สามารถจับคู่กันได้เลย โดยเราจะต้องยึดเอาไพ่ 1 ใบที่มีแต้มสูงที่สุดจากไพ่ทั้งหมดใบมือมาเป็นไพ่แต้มสูง (High Card) ของเรา ไพ่รูปแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นสูงสุด 50.11%

One Pair วันแพร์

One Pair วันแพร์ (ไพ่ 1 คู่)

          กรณีที่ไพ่ของเราทั้ง 7 ใบในมือ (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) มีไพ่ตัวซ้ำกัน 1 ครั้ง เราสามารถจับคู่ไพ่นั้นได้ 1 คู่เพื่อทำเป็นไพ่คู่ (One Pair) สำหรับไพ่รูปแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นอยู่ที่ 42.25%

Two Pair หรือ ทูแพร์

Two Pair หรือ ทูแพร์ (ไพ่ 2 คู่)

          วิธีการจะคล้ายๆกับไพ่วันแพร์ ใช้ในกรณีที่ไพ่ของเราจาก 7 ใบในมือ (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) มีไพ่ตัวซ้ำกัน 2 ครั้ง สามารถจับคู่ไพ่นั้นได้ 2 คู่เพื่อมาทำเป็นไพ่ 2 คู่ (Two Pair) โดยโอกาสที่จะเกิดไพ่รูปแบบนี้อยู่ที่ 4.75%

Three of a Kind หรือ ทรีออฟอะคายน์

Three of a Kind หรือ ทรีออฟอะคายน์ (ไพ่ตอง หน้าเดียวกัน 3 ใบ)

          กรณีที่ไพ่บนมือของเราทั้ง 7 ใบ (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) มีไพ่แต้มซ้ำกัน 3 ใบ จากทั้งหมด หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แสดงว่าเรากำลังถือไพ่ตอง (Three of a Kind) ซึ่งเปอร์เซ็นต์การออกของไพ่ลักษณะนี้จะอยู่ที่ 2.11 %

Straight หรือ สเตรท

Straight หรือ สเตรท (ไพ่เรียง)

          กรณีที่ไพ่ของเราในมือทั้ง 7 ใบ (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) มีการเรียงลำดับแต้มของไพ่ครบ 5 ใบ เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดแบบนี้แสดงว่าเรากำลังถือไพ่เรียง (Straight) ซึ่งโอก่าสที่ไพ่จะออกมาเรียงแบบนี้เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์มีเพียงแค่ 0.39%

Flush หรือ ฟลัช

Flush หรือ ฟลัช (ไพ่ดอกเดียวกัน)

          กรณีที่ไพ่ของเราในมือทั้ง 7 ใบ (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) มีดอกเดียวกันครบ 5 ใบ แสดงว่าเรากำลังถือไพ่ดอกเดียวกัน (Flush) อยู่ในมือ โดยความน่าจะเป็นที่จะได้ไพ่ในรูปแบบนี้อยู่ที่ 0.19%

Full House หรือ ฟูลเฮ้าท์

Full House หรือ ฟูลเฮ้าท์ (ไพ่ตอง กับ 1 คู่)

          กรณีที่ไพ่ในมือของเราทั้ง 7 ใบ (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) สามารถจับไพ่แต้มซ้ำ 3 ใบ มาทำเป็นไพ่ตอง (Three of a Kind) และสามารถจับไพ่แต้มซ้ำ 2 ใบอีก 1 คู่ (One Pair) เท่ากับว่าเราจะได้ไพ่อันดับใหม่ที่เรียกว่า ฟูลเฮ้าท์ (Full House) ซึ่งรูปแบบของไพ่ชนิดนี้จะมีเปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นเพียงแค่ 0.14%

Four of a Kind หรือ โฟว์ออฟ อะ คายน์

Four of a Kind หรือ โฟว์ออฟ อะ คายน์ (ไพ่ 4 ใบ หน้าเดียวกัน)

          กรณีที่ไพ่ของเราทั้ง 7 ใบในมือ (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) มีไพ่หน้าเดียวกันถึง 4 ใบ หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แสดงว่าเรากำลังถือสิ่งที่เรียกว่า ไพ่ 4 ใบ (Four of a Kind) มีเปอร์เซ็นต์ที่ไพ่จะออกมาให้เราได้จับอยู่แค่ 0.02%

Straight Flush หรือ สเตรทฟลัช

Straight Flush หรือ สเตรทฟลัช (ไพ่เรียงแต้มและดอกเดียวกัน)

          กรณีที่ไพ่ทั้ง 7 ใบในมือของเรา (2 ใบบนมือ และ 5 ใบในสนาม) สามารถจัดชุดไพ่ที่มีการเรียงลำดับแต้มของไพ่และยังเป็นดอกเดียวกัน แสดงว่าท่านกำลังได้ชุดไพ่ที่หาโอกาสจับได้ยาก เรียกว่า สเตรท ฟลัช (Straight Flush) โอกาสที่ไพ่รูปแบบนี้จะเกิดขึ้นมีอยู่เพียงแค่ 0.0014% เท่านั้น

Royal Flush หรือ รอยัลฟลัช

Royal Flush หรือ รอยัลฟลัช (ไพ่ดอกเดียวกันเรียงแต้มสูงที่สุด)

          และแล้วก็เดินทางมาถึงชุดไพ่ที่ใหญ่ที่สุด นั่นก็คือ รอยัล ฟลัช (Royal Flush) ซึ่งการทำไพ่ชุดชนิดนี้ เกิดจากการที่เรามีไพ่เรียงลำดับของแต้มที่สูงที่สุด ประกอบไปด้วย ไพ่ 10, J, Q, K และ A แถมยังเป็นดอกเดียวกัน

          หากคุณมีไพ่แบบนี้ในมือจงถือไว้ให้แน่น เพราะนั่นเท่ากับว่าคุณกำลังจะได้กินเงินเดิมพันบนโต๊ะรอบนั้นอย่างแน่นอน ซึ่งไพ่ชุดนี้มีโอกาสเกิดขึ้นเพียงแค่ 0.0002% เท่านั้น

Poker เล่นยังไง กฏกติกาของ Poker อธิบายแบบง่ายๆ

          เอาล่ะในที่สุดก็เดินทางมาถึงวิธีเล่น หรือกฏกติไก่ เอ้ย! กติกาของการ เล่นไพ่โป๊กเกอร์ รวมไปถึงคำถาม Poker เล่นยังไง บทความนี้จะอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แน่นอน เพราะในหัวข้อนี้เราจะขอพาทุกคนไปเรียนรู้กับวิธีการเล่นทีละขั้นตอนตั้งแต่เริ่มจนจบ โดยทางเราขอแยกออกเป็น 4 พาร์ท หรือ 4 ช่วงใหญ่ๆ เพื่อที่จะทำให้ทุกท่านทำความเข้าใจได้ง่ายๆ มีรายละเอียดตามนี้เลย

เกกันก่อนเปิดไพ่

ช่วงที่ 1 เกกันก่อนเปิดไพ่ (Pre-Flop)

          หลังจากที่ดีลเลอร์แจกไพ่คนละ 2 ใบจนครบทุกคนรอบวง คนไหนที่สงสัยว่า Poker เล่นยังไง ในรอบแรกก่อนการเปิดไพ่นั้น คนแรกที่ได้เริ่มต้นเล่นจะอยู่ทางซ้ายมือของ Big Blind (BB) โดยในตอนนี้ทุกคนสามารถเก (Bet) โดยสามารถเทให้เท่ากับ Big Blind ก็ได้ หรือจะทำการเกทับเพราะมั่นใจ หรือจะทำการหมอบ (Fold) ก็สามารถทำได้เช่นกัน ทำแบบนี้ทุกคนวนไปเรื่อยๆจนครบถึง BB จากนั้น BB ก็จะทำการเรียกเดิมพันเพื่อที่จะเข้าสู่ช่วงที่ 2

เปิดไพ่ 3 ใบแรก

ช่วงที่ 2 เปิดไพ่ 3 ใบแรก (Flop)

          ต่อมาหลังจากที่ตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว ดีลเลอร์จะทำการเปิดไพ่ 3 ใบแรก (Flop) ที่อยู่กลางโต๊ะ ผู้เล่นคนแรกที่ได้เริ่มเล่นจะอยู่ซ้ายมือของดีลเลอร์วนตามเข็มนาฬิกาไปเรื่อยๆจนถึงคนสุดท้ายผู้ถือปุ่ม Buttons ตรงนี้ผู้เล่นทุกคนมีสิทธิ์ หมอบ (Fold), เก (Bet), เกทับ (Raise) หรือ เคาะ (Check) ได้ตามอัธยาศัย จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงที่ 3 ต่อไป

เปิดไพ่ใบที่ 4

ช่วงที่ 3 เปิดไพ่ใบที่ 4 (Turn)

          หลังจากพูดคุยต่อรองราคากันเสร็จโดยสมบูรณ์แล้ว ดีลเลอร์จะเปิดไพ่ต่อมา ให้ใช้กฏเดิม คือ วนตามเข็มนาฬิกาจากซ้ายมือของดีลเลอร์ไปเรื่อยๆจนคนสุดท้าย ซึ่งวิธีการเล่นก็เหมือนเดิม ใครมีของดีอะไรก็งัดออกมาจะเกทับ จะหมอบก็สามารถทำได้หมดแล้วแต่ความต้องการ จบจากรอบนี้ก็จะเป็นการเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเกม

เปิดไพ่ใบสุดท้าย

ช่วงที่ 4 เปิดไพ่ใบสุดท้าย (River)

          เมื่อไพ่ใบสุดท้ายถูกเปิดออก จะถือเป็นรอบสุดท้ายที่ทั้งวงจะได้ทำการเจรจา ถึงตรงนี้ทุกคนยังมีสิทธิ์เหมือนเดิม คือ หมอบ (Fold), เก (Bet), เกทับ (Raise) หรือ เคาะ (Check) เมื่อตกลงกันเสร็จแล้ว ผู้เล่นทุกคนที่ยังเหลืออยู่ต้องทำการเปิดไพ่ในมือ โดยจัดชุดไพ่ที่คิดว่าดีที่สุดออกมา 5 ใบ จาก 7 ใบทั้งหมด อาจจะจัดไพ่จาก 2 ใบในมือก็ได้ หรือเลือกแค่ 1 ใบในมือแล้วไปรวมกับ 4 ใบจากกองกลาง อันนั้นก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละท่าน จากนั้นนำไพ่ทุกคนมาเทียบกันว่าผู้เล่นคนไหนดีที่สุด แต้มไพ่ใครมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะไปในเกมนั้นๆ และจะทำการกินเรียบทั้งวงเพียงผู้เดียว

สรุปอยากเล่น Poker ต้องเล่นกับ 1six8

          ปัจจุบันก็ได้มี เว็บไซต์ poker ออนไลน์ เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย แต่ก่อนที่ทุกท่านคิดจะเล่น Poker สิ่งแรกที่ทางเราอยากจะแนะนำ คือ ควรต้องเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ มั่นคงทางการเงิน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่จะตัดปัญหาการโดนโกง ปัญหาการถูกหลอกต่างๆ นาๆ ปัญหาต่างๆที่ได้กล่าวข้างต้นจะหมดไป หากทุกท่านตัดสินใจ เล่น poker กับ 1six8 เพราะเว็บไซต์นี้ถือเป็นเว็บไซต์ที่นักโป๊กเกอร์เลือกใช้บริการ เนื่องจากเป็นเว็บถูกกฏหมาย เป็นเว็บตรงและไม่ผ่านเอเย่นต์ มีใบอนุญาติรองรับ หากคิดจะ เล่นโป๊กเกอร์ อย่าลืม 1six8.com

บทความเกมไพ่อื่นๆ ที่น่าสนใจ